แบะ!  แบะ!  แบะ!  ขอบคุณครับผมที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้ ขอให้สนุกกันการอ่านนะจ๋ะตัว ข้อเสนอแนวคิด หน้าแรก สระ เอ สระ อี สระ ไอ สระ โอ สระ ยู สระ วาย สระ เอิล เมื่ออยู่ท้ายคำศัพท์
พยัญชนะ    B . C . D . F . G . H . J . K . L . M . N . P . Q . R . S . T . V . W . X . Y . Z

  การเทียบเคียง การสะกดภาษาอังกฤษ กับการสะกดภาษาไทย เพื่อการสะกดอ่าน (ภาคขยายความ 2)
Download Data Sheet
 

    การเทียบเคียง อักษรอังกฤษ กับอักษรไทย อาจจะทำให้เสียงของคำ ผิดเพี้ยนไปนั้น ระหว่างใช้ในการสอนพูด กับการอ่าน มันเป็นคนละเรี่องกัน เพราะการพูดคือ การที่คนคนหนึ่งสือสารความหมาย ไปยัีังอีกคนหนึ่ง แต่การอ่านคือ การแปลสัญลักษณ์ (อักษร) ที่แทนความหมาย จากการเขียนของคนอื่น ให้ตัวเราเข้าใจ
    ฉะนั้น การพูด ถ้าเราออกเสียงของคำศัพท์ ผิดเพี้ยนไป ก็จะไม่เป็นการสื่อให้ผู้ที่ฟังเข้าใจความหมายที่เราส่งออกไป หรืออาจทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปได้ เช่น what , was, wash ที่มีความหมายต่างกัน แต่ถ้าเราออกเสียงเป็น "วอท" ทุกคำเพื่อบอกความหมายต่างๆให้ผู้ฟัง หรือ special ที่ต้องออกเสียงว่า "สเพช'เชิล"แต่คนทำไทยจะออกเสียง "สเพช'เชียล" ถ้าเ้จ้าของภาษามาฟัง ละก็จะมีทั้งไม่้เข้าใจ และอาจจะเข้าใจต่างจากความต้องการของผู้ที่พูดก็ได้
  แต่การอ่านนั้น ถ้าอ่าน ผิดเพี้ยนไปบาง ก็ไม่ทำให้ เราเข้าใจความหมายของคำผิดเพี้ยนไป เช่น special "สเพช'เชิล" แต่เราอ่านว่า "สเพช'เชียล" แปลว่า พิเศษ หรือคำ apostrophe ที่บางดิคชั่นนารีให้ คำ่้อ่านว่า "อะพอส ทระฟี" อีกดิคชันนารีก็ให้คำอ่านว่า "อะพอซ โทรฟี" ก็แปลว่า การพูดกับผู้ที่ไม่มีอยู่ หรือคำว่า answer "อาน-เซอะ"แปลว่า คำตอบ, ผลลัพธ แต่เรากลับอ่านว่า "แอนส เวอร์" ไม่ว่าเราจะอ่านออกมาว่าอะำไร แต่ถ้าเราอ่านแล้วรู้ว่ามันหมายถึงอะำไร ก็เป็นอันใช้ได้ทั้งนั้น เพราะการอ่านเป็นการที่ตัวเราสื่อสารความหมายให้ตัวเราเองเข้าใจ
    ที่สังเกตุเห็นใด้ในเวลานี้ ก็คือการออกตอนใหม่ของ หนังสือ Harry potter แทนที่คนไทยส่วนใหญ่จะัซื้อพร้อมๆกัน กับที่อเมริกา อังกฤษ และประเทศที่ให้ภาษาอักฤษเป็นหลัก แต่คนไทยส่วนใหญ่กลับต้องรอ ให้มีการแปลเป็นภาษาไทยเสียก่อน ไม่ใช่เพราะว่าคนไทยแปลภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เ็ป็นเพราะคนไทยอ่าน (สะกด) ภาษาอังถฤษไม่ออก
   แต่ถ้าเราสามารถอ่านภาษาอักฤษได้็ ก็ไม่จำเป็นต้องรอ และเราเองก็จะเป็นคนไทยส่วนน้อย ที่สามารถรับรู้ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง ก่อนใครๆ โดยไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเค้า แปล หรือรอ ฟังคนอื่นพูดภาษาอังกฤษให้เราฟัง


   และข้อสังเกตหนึ่งที่พบในการอ่าน หนังสือสอนภาษาอังกฤษ ก็คือผู้เขียนมักจะกำกับศัพท์ ภาษาอังกฤษ และให้ความหมายมาด้วย โดยที่คนไทยส่วนมากจะอ่าน (สะกด) เฉพาะภาษาไทย แต่พออ่านมาถึงคำภาษาอังกฤษ ก็จะอ่านข้า่มไป เพราะว่าอ่านคำภาษาอังกฤษไม่ีออก โดยทั้งที่รู้ว่าคำภาษาอังกฤษ คำนั้น หมายถึงอะำไร แต่กลับต้องไปค้นในดิคชั่นนารี อีกทีว่าคำคำนั้นมันอ่านออกเสียงอย่างไรอีก ตัวอย่างเช่น


         ภาคคำศัพท์ (vocabulary)
   จากอนุเฉทขอให้นักศึกษา ศึกษาชนิดของคำศัพท์ (Part of Speech) ความหมาย (Meaning) และการใช้ (Usage) ดังต่อไปนี้

หรือ
      การไม่ใส่ Article
   1.เราไม่ใส Article a, an หน้าคำนามที่นับไม่ได้ (uncoutable nouns) เช่น silk ,tea .,paper ,muisc ,gold เป็นต้น

    อีกทั้ง การที่จะอ่านออกเสียงถูกต้อง และชัดเจน ตรงตามภาษานั้นๆ เกิดจากการได้่ฟัง ได้พูด มาก่อน ไม่ใช่มาจาก การอ่าน ตัวอักษรภาษานั้นๆ เพราะ อักษรเป็นแค่ตัวแทนที่แสดง ความหมายของเสียงนั้นๆ ไม่ใช่ตัวเสียง เช่น คำว่า ( "สวัสดี ,ไหว้" ที่เขียนเป็นอักษร Sawasdi, Wai ) ถ้านำคำพวกนี้ ให้ชาวต่างชาติที่ไม่เคยได้ยิน ได้ฟังและพูด ภาษาไทย แล้วให้อ่านออกเสียงคำพวกนี้ เค้าก็อ่านได้ว่า "แซ วอส ดิ, เว" อยู่เรี่อยไป นอกเสียจาก จะได้ฟัง และฝึกพูดกันคนไทยมาก่อน สังเกตุได้จากคนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย ที่พูดภาษาไทยได้ชัดเจน ก็เกิดจากการได้พูดและฟัง กับคนไทย ไม่ใช้เกิดจากการอ่านหรือ เรียนจากอักษรไทยมาก่อน ถึงจะอ่านออกเสียงคำว่า "สวัสดี ,ไหว้" ได้ถูกต้องชัดเจน
    บางคนว่า (การอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง สำคัญกว่าการเขียนให้ถูกต้องเสียอีก) เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะเน้นเพื่อการพูด หรือฟัง กับบุคคลอื่น แต่ถ้าเป็นการอ่านละ ถ้าเขียนว่า (ดูฒฉัลุแลียจ้) แล้วให้คุณอ่านที่เขียน อ่านว่าอะไร? จะสะกด หรืออ่าน ยังไม่ได้้ แต่กับมีคนอ่านออกเสียงได้ว่า "คุณจะรู้เรื่อง" มันแปลกหรือเปล่า และสมมุติว่าคุณจะบอกว่ากับคนอื่นว่า เข้าใจ แต่คุณพูุดว่า "ยูืนเดอสะเทนดฺ" แน่นอน คนที่ฟังจะต้องทำหน้าไม่เข้าใจแน่ และจะบอกคุณว่า จะต้องพูดว่า"อันเดอสะแต๊น" แต่กลับกัน ถ้าเป็นการเขียนละ คุณเขียนว่า "understand" คนที่อ่านออกก็ต้องเข้าใจแน่ ทั้งที่คุณเองก็ยังอ่านว่า "ยูืนเดอสะเทนดฺ" อยู่เหมือนเดิม นอกเสียจากคุณเขียนผิด เป็นอย่างอื่น
   บางคนว่า (เห็นคนไทยบางคนแม้จะ อ่านหนังสือพิมพ์อังกฤษได้ แต่กับดูหนังต่างประเทศพากย์ภาษาอังกฤษ ไม่รู้เรี่อง ) ก็ไม่ต่างๆกันคนไทยคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือภาษาไทยมาเลย ดูหนัง และละครไทยไ้ด้ แต่กับอ่านหนังสืิอพิมพ์ไทยไม่ได้
    หนังสือสอนภาษาอังกฤษ บางเล่มว่า (การสอน ให้เทียบเสียงตัวอักษรของภาษาอังกฤษ กับอักษรภาษาไทย เท่ากับไปสอนสิ่งที่ไม่จำเป็น ไปสอนสิ่งที่นักเรียนทราบอยู่แล้วให้เกิดความงงงวย ไปสอนสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ถึงแม้จะไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ก็ทำให้เสียเวลา และอย่าสอนให้ผสมตัว (การสะกดแบบไทย) การสอนแบบนี้ ในตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกว่านักเรียนจะเรียนได้เร็ว แต่พอเรียนไป สอนไป นานๆเข้า จะรู้เลยด้วยตัวเองว่าไม่เรียนไม่สอนเลยจะดีกว่า ตัวอย่างเช่น A เท่ากับ แอ แต่คำว่า
case
อ่านว่า"เคส",
cat
อ่านว่า"แคท"

แต่ทำไมคำไทย ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "Bangkok" ทำไมไม่เขียนว่า " บางกอก " ใครๆจะได้ไม่ต้องอ่านว่า "แบงค๊อค" หรือคำภาษาอังกฤที่เขียนว่า ( mid kon)  ถ้าให้คนต่างชาติที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ ก็จะอ่านได้ว่า " มิด คอน " แต่ถ้าเขียนภาษาไทยเป็น ( มีดโกน ) แล้วให้คนที่มีพื้นฐานภาษาไทย ก็จะอ่านได้ " มีดโกน " ทั้งที่การเขียนทั้งสองแบบ ก็เป็นการเขียน เพื่ออ่านออกเสียงให้ได้ว่า " มีดโกน " มันขึ้นอยู่กับพื้นฐานภาษา ของผู้อ่านที่มีอยู่เดิม ว่าเค้ามักจะออกเสียงอย่างไงกับอักษรนั้นๆ
     ภาษาโดยทั่่วไปส่วนใหญ่ จะต้องมีที่มาที่ไปของหลัก ของเสียงเป็นตัวกำหนดการใช้ ตัวอย่างเช่น อักษรภาษาไทย ษ ,ศ, ส ก็มีที่มาจากเสียง (สอ) , ถ, , ฐ, ฒ,ฑ ,ฏ ก็มีที่มาจากเสียง (ทอ)  ส่วนอักษรภาษาอังกฤษ A จะมาจากเสียง( เอ, แอ, อะ, อา, ออ, อั )   ฉะนั้น อักษรไทยกับอักษรอังกฤษ จึงจะต่างกันตรงที่อักษรไทยหนึ่งเสียง จะมีรูปแบบการเขียน ที่มากกว่าหนึ่งรูปแบบการเขียน   ส่วนอักษรอังกฤษ หนึ่งรูปแบบการเขียน จะมีเสียงมากกว่าหนึ่งเสียง
    และสังเกตว่าทำไมเราถึงเห็น อักษรภาษาอังกฤษเทียบ ภาษาเขียนของภาษาไทยที่มีอยู่ได้ ไม่ว่า "Bangkok , siam ,Sawasdi, Wai, Soi, Thai , หรือพวกชื่อคนไทย Anoocha ,Somsak " แต่ที่เป็น อักษรภาษาไ้ทย กับบอกว่าเทียบอักษรภาษาอักฤษไม่ได้? ทำำไมถึงเป็นเช่นนั้น? หรือเหตุเพราะว่า จะต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่ อย่างเดียวเท่านั้น เพราะนี้เป็นวิธีการเขียนไว้สำหรับ เฉพาะให้คนที่มี ความรู้พื้นฐานในภาษาอังกฤษเท่านั้นจึงจะอ่านได้
   นี้จึงเป็นการเสียเวลาสำหรับคนไทย ที่มีพื้นฐานในภาษาไทย ในการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เพราะจะต้อง
ไปเริ่มพื้นฐานภาษาอังกฤษ ให้ได้เสียก่อน แต่ผู้ที่มีพื้นฐานเฉพาะภาษาอังกฤษอยู่แล้ว จะศึกษาภาษาไทย ก็เริ่มต้นได้ไม่ยากเท่าไรนัก เช่นคำว่า "ไทย" ก็เขียนเป็น (Thai) ได้เลยไม่ต้องไปเรียนรู้ว่าเขียนแบบนี้ เทียบกับอักษรไทยได้ว่า "ไท" ไม่ใช่คำ่ว่า "ไทย" ทำได้เลย เพราะเขาแค่ต้องการเทียบให้ใกล้เคียงเสียง ที่เขาต้องการ โดยยึดบนพื้นฐานภาษาที่มีอยู่เดิมว่า แค่นี้ก็ออกเสียงใกล้เคียงว่า "ไทย" ได้แล้ว และคนไทยยอมรับได้ แต่ถ้าเป็นภาษาไทย เทียบกับอักษรอังกฤษ คนไทยกับไม่เคยนำไปให้ เป็นเพราะอะไร?
    ไม่มีอักษรของชาติไหนในโลกนี้ ที่จะสามารถทำให้คนที่ไม่เคยได้ยินได้ัฟัง จะพูดสำเนียงนั้น จะสามารถทำให้อ่านออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจน สังเกตได้จากคนที่หูหนวกตั้งแต่เด็กเล็กจะพูดสำเนียงไม่ค่อยชัดเจนนัก หรือแม้แต่เพลงไทยที่เขียนว่า (ฉันรักเธอ) คนไทยบางคนยังร้องออกเสีียงว่า "ชั้นร้ากเทอะ"


    ในเมื่อคุณอ่านถึงตรงนี้ได้ก็แสดงว่ามีความสนใจ การเทียบเคียงอักษรอังกฤษ กับอักษรภาษาไทย ของเรา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา  เราจึงได้สรุปเคล็ดลับ ทั้งหมด เพื่อไว้เ็ป็นคู่มือในการฝึกฝน การอ่าน(สะกด) ภาษาอังกฤษ ว่าเทียบเคียงกับภาษาไทย ว่าควรจะมีอะไรได้บ้าง คลิกเพื่อหาเคล็ดลับทั้งหมด


 
< 1 . 2 . 3>

Copyright © June 2003-2011  anoocha carnaponpiputn  All rights reserved.